เรียนรู้สิ่งใหม่เป็นทักษะสำคัญมากในปัจจุบัน เพราะสิ่งต่างๆที่เราเคยเห็นมาก่อนหน้านี้เปลี่ยนแปลงไปมากและรวดเร็วกว่าที่เราคิด ตัวช่วยในสมัยนี้ก็หลากหลาย คงเป็นเพราะเทคโนโลยีที่ทำให้เรามีทางเลือกที่แตกต่างกว่าการอ่านหนังสือ หรือเข้าไปนั่งเรียนในห้องเรียนแบบเดิม
วันนี้จะลองมาแชร์วิธีการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ด้วยเครื่องมือและแอพพลิเคชั่นเพื่อเข้าถึงเนื้อหาที่ต้องการ ไม่ว่าจะจากการอ่านหรือฟัง
1. อ่านหนังสือผ่าน E-book Reader
อ่านหนังสือเป็นตัวเลือกแรกในการเรียนรู้ด้วยตัวเอง เรามักจะเริ่มด้วยการอ่าน ส่วนตัวจะชอบอ่านหนังสือระหว่างการเดิน เพราะประหยัดเวลาดี แต่ว่าจะหยิบหนังสือเป็นเล่มไปเปิดอ่านบนรถไฟฟ้า ก็อาจจะไม่สะดวกมากนัก Kindle หรือ E-book reader application เลยเป็นทางเลือกในการอ่านแทนหนังสือแบบเป็นเล่ม
Kindle หรือ e-book reader

kindle เป็น e-book reader ที่มีมานานแล้ว ข้อดีของ kindle หรือ e-book reader application คือ เราไม่ต้องพกหนังสือเป็นเล่ม ถ้าเป็น Kindle เลยนี่ จะถนอมสายตาเราอีกด้วย เพราะเป็นการแสดงตัวอักษรจาก electroniแ ink ซึ่งแตกต่างจากการอ่านผ่านมือถือ จะสังเกตได้ว่าสายตาจะล้าเวลาจ้องมือถือหรือจอนานๆ
สำหรับ Kindle ซึ่งผมเองใช้เป็นหลัก เราสามารถซื้อหนังสือได้จาก https://www.amazon.com/Kindle-eBooks หรือจะเอาหนังสือที่เป็น pdf ใส่เข้าไปอ่านก็ได้เช่นกันผ่านโปแกรมชื่อ Calibre ซึ่งเป็น E-Book managementy application ก็ทำได้เช่นกัน
- ค่าใช้จ่าย
- ราคาต่อเล่มโดยตรงเลย
- ประเภทของหนังสือ:– ครอบคลุมทุกประเภท
- website:- https://www.amazon.com/Kindle-eBooks
Safaribook online กับการอ่านหนังสือแบบ Buffet

ส่วนตัวชอบ website นี้มากเพราะเป็นการอ่านหนังสือแบบ buffet ประหยัดเงินไปได้หลายบาทเลย หนังสือหลักๆ ของ safaribookonline จะเน้นไปทาง technology ซะมากกว่า แต่ก็มี topic อื่นๆเหมือนกัน เช่น Management, Design, Digital Marketing, Self Help ซึ่งทำให้เราอ่านหนังสือได้หลากหลายมากโดยที่ไม่ต้องไปเสียตังซื้อมาเป็นเล่มๆ แต่ว่าจ่ายเป็น Subsciption แทน 1278 บาท/เดือน หรือ 13,082 บาท/ปี
- ค่าใช้จ่าย
- 1270 บาท สำหรับ Subscription รายเดือน
- 13,000 บาท สำหรับ Subscription รายปี
- ประเภทของหนังสือ:- technology, computer programming, IT management
- website:- https://www.safaribooksonline.com/
Blinkist สำหรับนักอ่านที่ไม่มีเวลา
สำหรับคนที่ชอบอ่านหนังสือหลากหลาย แต่ไม่ค่อยมีเวลาอ่าน หรือบางทีชอบที่จะอ่านแต่บทสรุปคร่าวๆ แบบเน้นๆ Blinkist อาจจะเป็นอีกตัวเลือกที่ดี เพราะเป็นบริการบทสรุปของหนังสือเล่มดังๆหลายๆเล่ม มีทั้งที่เป็นบทความและเสียงให้ฟัง

- ค่าใช้จ่าย
- 162 บาท สำหรับ Subscription รายเดือน
- 1627 บาท สำหรับ Subscription รายปี
- ประเภทของหนังสือ:- non-fiction, inspiration, self-improvement, management
- website:- https://www.blinkist.com
2. ฟัง Podcast
Application
ตัวที่ผมใช้ฟังหลักๆ ก็จะมี Soundcloud, Podbean, หรือใน Spotify ก็มีเช่นกัน อันนี้เลือกได้ตามใจชอบ เพราะผมรู้สึกว่าก็ไม่ได้ต่างอะไรกันมาก
Podcast เป็นอะไรที่สะดวกสบายสำหรับผมมาก ฟังได้ง่ายๆ ทั้งตอนขับรถหรือเดินทาง โดยปกติจะจะฟังผ่าน Spotify เมื่อก่อนอาจจะมี soudcloud หรือ podbean อันนี้เลือกใช้ได้ตามความชอบ

Podcaster ก็มีให้เลือกฟังกัน แต่ในมุมผมยังไม่หลากหลายมากนัก แต่ว่าถือว่ามีคนทำ podcast เพิ่มขึ้นเรื่อยๆกว่าเมื่อก่อนมา ทีนี้มาดูที่คนส่วนมากหรือผมเองชอบฟังกันดู
Mission to the Moon

เนื้อหาส่วนใหญ่จะเน้นไปทาง Marketing, Management, Trend, Technology เป็น podcast ที่ active มาก ผู้จัดคือคุณ รวิศ ซึ่งเป็นผู้บริหารของศรีจันทร์ตั้งใจว่าจะอัดรายการทุกวัน จัดว่าเป็น podcast อันดับหนึ่งของผม เพราะได้แนวคิดทั้งในมุมการทำงานและการดำเนินชีวิตส่วนตัว
THE STANDARD Podcast

ภายใต้ The Standard จะมีประเภทย่อยๆลงไปอีก เช่น เรื่องคำศัพท์ สัมภาษณ์คนดัง หรือจิตวิทยาก็มี
The Money Case by The Money Coach

เรื่องการเงินการลงทุนก็มีให้เลือกฟัง เนื้อหาจะกว้างทั้งเรื่องซื้อบ้าน คอนโด ลงทุนหุ้นหรืออสังหา และอีกมากมาย
HBR IDEACAST

Podcast ต่างประเทศที่มีเนื้อหาแนวการจัดการ สัมภาษณ์มุมมองผู้บริหาร ช่วยเพิ่มมุมมองจากบริษัทต่างชาติและยังฝึกภาษาธุรกิจอีกด้วย
ท้ายที่สุด การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆไม่ได้จำกัดแค่ใหนห้องเรียน การอ่านหนังสือ หรือการฟังการเล่าจากประสปการณ์ผู้อื่นเท่านั้น เราอาจจะต้องเรียนรู้จากการลงมือทำหรือนำแนวคิดที่ได้ไปประยุกต์ใช้ อันนี้จะเป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเองที่แท้จริง
Photo by Thought Catalog on Unsplash
