วันนี้จะมารีวิวหนังสือ “The First 90 Days กลยุทธ์ 90 วัน ผู้นำคนใหม่” ซึ่งเป็นเล่มที่อ่านซ้ำค่อนข้างบ่อย เพราะมีโอกาสที่ต้องย้ายงานหรือมีการเปลี่ยนแปลงในตัวงานอยู่บ่อยครั้ง ส่วนตัวเคยตั้งคำถามว่า เวลาที่เราไปเริ่มต้นทำงานใหม่ มีแนวคิดอะไรที่จะช่วยให้เราปรับตัวได้ไวขึ้นและเป็นระบบมากขึ้น
หนังสือ “The First 90 Days” เล่าถึงกระบวนการสำหรับการเริ่มต้นใน 90 วันแรก ซึ่งมีความสำคัญต่อการเริ่มต้นในตำแหน่งใหม่ หรือแม้กระทั้งเกิดการเปลี่ยนแปลงรอบตัวเราในบริษัทเดิม หนังสือมีแนวคิดที่แนะนำในการปรับตัวของเราและคนรอบข้างให้ประสบความสำเร็จไปกับการเปลี่ยนแปลงในองค์กร
หนังสือมี 10 บทหลัก เพื่อช่วยให้เราเริ่มต้น 90 วันแรกได้อย่างเป็นระบบและราบรื่น

1. Prepare Yourself เตรียมตัวสำหรับการเปลี่ยนแปลง
- อย่าคิดว่าสิ่งที่ทำให้เราประสบความสำเร็จมาก่อน จะทำให้เราประสบความสำเร็จในตอนนี้
- ให้คิดถึงปัญหาที่เราต้องแก้ไข และวิเคราะห์หาความแตกต่างของปัญหานั้น เทียบกับปัญหาที่เราเคยแก้ไขได้ดีในอดีต
2. Accelerate Your Learning เร่งกระบวนการเรียนรู้
- จัดทำแผนการเรียนรู้เกี่ยวกับ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ขององค์กรใหม่
- มองทั้งข้อเท็จจริงทั้งทางทฤษฎีและทางปฏิบัติเรียนรู้จากแหล่งข้อมูลภายในและแหล่งข้อมูลภายนอก
- จัดลำดับการเรียนรู้ โดยเริ่มเรียนรู้สิ่งที่เราสามารถทำได้ก่อนที่เราจะเปลี่ยนไปสู่บทบาทใหม่ แบ่งปันและหารือเกี่ยวกับแผนการเรียนรู้ของเรากับทีม และหัวหน้า
- เรียนรู้ซ้ำ ๆ เน้นการเรียนรู้สิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน แล้วค่อยกลับมาเพิ่มความลึกและความกว้างให้มากขึ้น เมื่อพบปะกับแต่ละคนให้ถามคำถามชุดเดียวกันทุกคนในลำดับเดียวกัน ซึ่งจะช่วยให้คุณมีชุดคำตอบที่ง่ายต่อการเปรียบเทียบ
3. Match Strategy to Situation จับคู่กลยุทธ์กับสถานการณ์
- เข้าใจและวิเคราะห์สถานการณ์ในปัจจุบัน เราต้องรู้ว่าคุณกำลังเผชิญกับสถานการณ์แบบไหน เพราะมีวิธีการจัดการที่แตกต่างกันออกไป
- หนังสือแบ่งสถานการณ์ที่มักจะเจอไว้ 5 ประเภท หรือเรียกสั้นๆว่าเป็น STARS model คือ
- Start-up เป็นช่วงของการเริ่มต้นทั้งการสร้างความสามารถขององค์ สร้างทีมงาน รายได้การเงิน หรือเทคโนโลยี
- Turnaround แก้ปัญหาในองค์กร มาในรูปแบบของการลดค่าใช้จ่ายหรือทำให้ธุรกิจพลิกฟื้นขึ้นมา
- Accelerated Growth ช่วงที่องค์กรกำลังและต้องการขยายธุรกิจอย่างรวดเร็ว
- Realignment ทำให้องค์กรที่เคยประสบความสำเร็จในอดีต แต่เผชิญปัญหาหรือความท้าทายในปัจจุบัน กลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง
- Sustaining Success พัฒนาองค์กรที่ดีอยู่แล้ว ให้ประสบความสำเร็จในอีกขั้นนึง
4. Secure Early Wins รักษาชัยชนะในช่วงเริ่มต้น
- อย่าหลงไปกับการเปลี่ยนแปลงที่เราเห็นเมื่อเข้าสู่องค์กรใหม่ แต่ให้มุ่งเน้นไปที่การรักษาชัยชนะในช่วงเริ่มต้น ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นชัยชนะเล็กๆ เพื่อช่วยสร้างโมเมนตัม
- สิ่งนี้จะช่วยให้เรามีสมาธิในช่วงแรก และยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคนที่เราทำงานด้วย
- ตามหลักการแล้ว ขนาดของการชนะของเราจะเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป และทั้งหมดจะมุ่งไปสู่เป้าหมายระยะยาว
- มีวิสัยทัศน์และกลยุทธ์สำหรับการเปลี่ยนแปลง และมีแผนสำหรับการเปลี่ยนแปลง
- สุดท้ายต้องมีผู้ที่สนับสนุนการดำเนินการตามแผน และก่อนที่จะพยายามทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ควรพิจารณาแต่ละองค์ประกอบเหล่านี้และเสริมสร้างจุดอ่อนไปด้วยพร้อมกัน
5. Negotiate Success เจรจาความสำเร็จ
- เราต้องรับผิดชอบในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีประสิทธิผลกับหัวหน้างานของเรา แม้ว่าสไตล์ของเราจะแตกต่างกัน
- ใช้การพูดคุยกับหัวหน้างาน เพื่อกำหนดความคาดหวังที่ชัดเจนว่า วางแผนว่าจะทำอะไร เมื่อไหร่ รวมถึงระบุโอกาสในการแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
- หนังสือแนะนำการสนทนา 5 ประเภทที่เราควรมีกับหัวหน้างาน โดยเรียงไปตามลำดับเวลาคร่าวๆ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นซ้ำได้เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป
- การวิเคราะห์สถานการณ์บริษัท เป็นโอกาสที่เราจะเข้าใจมุมมองของเจ้านาย เกี่ยวกับสถานการณ์ของบริษัทในปัจจุบัน
- ความคาดหวังจากหัวหน้างาน เพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่เราต้องทำให้สำเร็จ ความสำเร็จมีลักษณะอย่างไร และจะวัดผลการปฏิบัติงานอย่างไร
- สไตล์การทำงานของเรา เพื่อจะได้เรียนรู้วิธีสื่อสารกับหัวหน้างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมองหาว่าสไตล์ที่หัวหน้างานชอบ หรือแตกต่างจากเราอย่างไร และปรับสไตล์การสื่อสารของเราเพื่อให้เข้ากับหัวหน้างาน
- ทรัพยากรที่เราต้องการ สื่อสารความต้องการทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่ยังขาดอยู่
- มุมมองในการพัฒนาตนเอง เพื่อสื่อสารความต้องการของเราในการพัฒนาตนเอง เช่น การเข้าเรียนคอร์สต่างๆ เพื่อช่วยเสริมสร้างทักษะและพัฒนาจุดแข็งของเรา และช่วยพัฒนาบริษัทอย่างเต็มประสิทธิภาพ
6. Achieve Alignment จัดระเบียบและความเข้าใจขององค์กร
- บทนี้พูดถึงกลยุทธ์การจัดโครงสร้าง ทีมงาน ทักษะ และวัฒนธรรมขององค์กร ให้สอดคล้องเพื่อให้บรรลุความเป้าหมาย
- เข้าใจและปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรซึ่งเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงที่ยากที่สุด แต่มีอิทธิพลมากที่สุด
7. Build Your Team สร้างทีม
- การมีทีมที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อความสำเร็จ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้นำใหม่ที่จะต้องปรับโครงสร้างทีม แต่ไม่ควรเปลี่ยนทีมเร็วเกินไป เพราะผู้นำใหม่ต้องทำความรู้จักกับทีมที่มีอยู่ และการเปลี่ยนแปลงมากเกินไปทำให้เกิดความไม่มั่นคงกับผู้คนในองค์กร
- หนังสือแนะนำเกณฑ์ 6 อย่างที่ไว้ใช้สำหรับการประเมินความสามารถของทีมงาน
- Competence ความสามารถเชิงเทคนิค ประสบการณ์เพียงพอกับงานที่รับผิดชอบ
- Judgement มีกระบวนการและระบบในการตัดสินใจ แก้ไข วิเคราะห์ปัญหาที่ดี
- Energy สร้างพลังงานเชิงบวกให้กับทีม หรือพลังงานเชิงลบที่บั่นทอนกำลังใจให้กับทีม
- Focus สามารถเรียงลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำและจัดการได้อย่างเป็นระเบียบ
- Relationship มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่น ทั้งในทีมและนอกทีม
- Trust สามารถไว้ใจ มอบหมายงานความรับผิดชอบได้
- เมื่อประเมินผลตามเกณฑ์ด้านบนเบื้องต้น เราสามารถที่จะเลือกวางแผนจัดการกับ ทรัพยากรคนที่มีได้อย่างถูกต้อง เช่น บางคนอาจจะเหมาะกับงานอื่น เราอาจต้องย้ายให้ไปทำงานอื่นแทน หรือบางคนมีโอกาสในการสร้างผลงานได้ดียิ่งขึ้นแต่ขาดการสนับสนุนที่ถูกต้อง
8. Create Alliances สร้างแนวร่วม
- หากต้องการเปลี่ยนอะไรในองค์กร เราต้องได้รับการสนับสนุนที่ดีจากคนในองค์กรด้วย สิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาว่าใครเห็นด้วยและพร้อมช่วยเหลือ (Supporter) ใครเป็นฝ่ายตรงข้าม (Opponent) และ ใครที่เราน่าจะโน้มน้าวได้ (Persuadable)
9. Manage Yourself จัดระเบียบตัวเราเอง
- ใช้เวลาในการวางแผน เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองยุ่งเกินไป จัดสรรเวลาสำหรับการทำงาน เน้นที่กระบวนการที่คุณพยายามดำเนินการเปลี่ยนแปลงและวิธีการ
- ค้นหาและสร้างเครือข่ายของที่ปรึกษา ซึ่งอาจจะเป็นคนในองค์กร หรือคนนอกองค์กร เพื่อมองหาคำแนะนำและมุมมองที่แตกต่าง
10. Accelerate Everyone สนับสนุนการพัฒนาทีมงาน
- เพื่อให้เทคนิคเหล่านี้มีประสิทธิภาพสูงสุด ในฐานะผู้นำ การกระจายการเปลี่ยนแปลง ไปยังทีมของคุณเป็นเรื่องง่ายที่สุด แต่คุณยังสามารถกระจายไปยังเพื่อนร่วมงานของคุณได้อีกด้วย หากทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทโดยรวมก็จะประสบความสำเร็จมากขึ้นเช่นกัน
