ทำงานที่บ้าน WFH (work from home) มีทั้งข้อดีและข้อเสีย สำหรับคนที่ไม่ได้ทำธุรกิจส่วนตัวที่บ้านอย่างผม ก็ต้องปรับตัวพอสมควรในเรื่องของเวลาและระเบียบวินัย พื้นฐานส่วนตัวเป็นคนที่จะไม่พางานกลับมาทำที่บ้าน หรือแม้กระทั้งตอนเรียนก็ไม่ชอบอ่านหนังสือเรียนที่บ้าน ชีวิตการทำงานและการเรียนเกือบทั้งหมดจะเกิดขึ้นนอกบ้านทั้งนั้น
บล้อกนี้จะลองมาแชร์มุมมองส่วนตัวสิ่งที่ชอบและไม่ชอบกับการทำงานที่บ้าน Work from home ในช่วง COVID 2020 และมุมมองส่วนตัวที่จะลองทำอะไรใหม่ให้อยู่กับเหตุการณ์นี้ดีขึ้นในสัปดาห์ถัดไป
สิ่งที่ชอบ
- ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทาง ประหยัดไปได้วันละ 3-4 ชั่วโมง
- ประหยัดเวลาแต่งตัว เสื้อผ้าหน้าผม วันละ 0.5 ขั่วโมง
- ประหยัดค่ากาแฟ โดยเปลี่ยนมาใช้บริการเครื่อง Nespresso ต่อแก้วอยู่ที่ 20 บาท ประหยัดเงินไปได้ 40-120 บาท (ขึ้นอยู่ว่าปกติ กินกาแฟร้านไหน)
- ประหยัดค่าอาหาร เช้า กลางวัน และเย็น สำหรับผมที่ต้องกินมือเย็นที่ห้าง ข้อนี้ประหยัดไปได้ 200+ บาทเลยทีเดียว
- ประหยัดเงินหรือเวลาในการซักรีดชุดทำงาน ใส่ชุดสบายๆ อยู่บ้าน แค่ให้สุภาพพอสำหรับ VDO call ก็พอ
- หลังจากเลิกงาน ก็ถึงบ้านเลยทันที สามารถบริหารเวลาทำอะไรก็ได้
- ไม่เสี่ยงติดโรค COVID เพราะไม่ได้ออกไปไหน อยู่ในระบบปิดที่บ้าน
สิ่งที่ไม่ ชอบ ชิน
- อารมณ์เหมือนตื่นนอนมาแล้วทำงานเลย ขาดอารมณ์ทักทายเพื่อนที่ทำงานไป
- ขาดบรรยากาศการ warm-up ก่อนการทำงาน เช่น ขับรถ เดินไปซื้ออาหารเช้า กาแฟ จัดโต๊ะที่ทำงาน เปิดคอม ล้างแก้วน้ำ กาแฟ และอื่นๆ
- ใช้พลังงาน เครื่องมือในการพิมพ์ข้อความ การคุยเยอะมาก การพูดทีเดียวให้คนทั้งทีมฟัง เหมือนที่นั่งอยู่ที่ทำงานทำไม่ได้
- เมล แชท LINE Slack เด้งตลอดเวลา รู้สึกได้ว่าสมาธิในการทำงานลดไปมาก จำเป็นต้องจ้องแชทเยอะมาก เพราะข้อตกลงในการทำงานจากที่บ้านคือ ต้องตอบแชทให้ได้ภายใน 5 นาที
- นัดประชุม จะเกิดขึ้นเยอะมากเพราะเรายังต้องการผลลัพธ์ที่เท่าเดิม ความเข้าใจในความเป็นไปของงาน แต่วิธีการสื่อสารที่เปลี่ยน ทำให้ต้องใช้จำนวนเยอะขึ้นกว่าการเจอหน้ากัน
- เหนื่อยกว่าทำงานปกติค่อนข้างมาก เช่น ถ้าเคยคิดว่าทำงานที่ทำงาน ออกแรง 80 ทำงานจากที่บ้านอาจจะใช้แรงถึง 120 ได้เลย เพื่อให้ผลของงานเท่าๆเดิมหรือใกล้เคียง
- วันเวลาในการทำงานที่บ้านยาวนานเหมือนไม่มีส่วนแยกจากชีวิตการอยู่บ้าน เพราะหลังจากตื่น ทานข้าว อาบน้ำ เราก็สามารถทำงานต่อได้เลย ประชุมถึงเย็นโดยไม่ต้องกังวลว่าจะกลับบ้านดึกอีก หรือบางครั้ง LINE แชทก็ตามมาอีกตอนก่อนเข้านอน และก่อนเราจะตื่นเช้าอีกเวลาด้วยซ้ำ
เมื่อกลับมามองตัวเราเอง คิดว่าจะลองปรับวิธีการอยู่กับสถานกาณ์นี้ดูใหม่ในสัปดาห์ที่สอง เพื่อให้ work-life blend ได้ดีกว่านี้ (เด้วนี้ผมพยายามไม่คิดถึง work-life balance แล้ว เพราะรู้สึกว่าเราบริหารเวลาเราเอง ว่าตอนไหนจะงานหรือเวลาส่วนตัว ในขณะที่แต่ละส่วนเหมาะสม)
ไอเดียที่อยากจะลองในสัปดาห์ที่สอง
- ออกกำลังกายตอนเช้า ออกไปวิ่งในที่โล่งรับแสงแดดยามเช้า (แค่แน่ใจว่าจะไม่มีความเสี่ยงจาก COVID)
- แต่งตัวให้เหมือนไปทำงาน อย่างน้อยก็เหมือนใส่ชุดออกไปนั่งร้านกาแฟ Starbucks แลัวหิ้วคอมไปทำงานนอกสถานที่
- ตั้งเวลาทำงานชัดเจนแน่นอนให้ได้มากที่สุด เช่น เปิดดูเมลงาน ช่วง 8:30 เพื่อเตรียมตัว หยุดการแชท ช่วงเที่ยงถึงบ่ายโมงถ้าเป็นไปได้ บอกลาที่ทำงานจากการทำ evening checkout หลังหกโมงเย็น
- เพิ่มการสื่อสารให้มากขึ้นสองถึงสามเท่าโดยเฉพาะกับหัวหน้าหรือทีมงานหลัก เช่นการส่ง daily update ผ่าน LINE หลังสิ้นวัน อันนี้ดีเพราะคุณจะไม่เจอการเรียกนัดประชุมด่วน เพราะข้อมูลสำคัญ ได้รับการอัพเดททีละเล็กน้อยทุกวัน จนไม่มีอะไรต้องถามคุณเพิ่มแบบกระทันหันอีก
ทั้งหมดนี้เป็นไอเดียที่อยากจะลองทำ โดยตั้งเป้าหมายว่าการทำงานจากที่บ้านจะ burn พลังงานเราน้อยลง ในขณะที่เรายังได้ผมลัพธ์ของงานที่ดีในระดับที่รับได้ แล้วอีกหนึ่งสัปดาห์ ( 5 เมษา 2020) มาลอง retrospective กันอีกทีว่าได้ผลเป็นยังไงกันบ้าง
