อยากวิ่งให้ไวกว่าเดิมเพื่อพิชิตมาราธอนหน้า
หลังจากกลับมาจากการวิ่งที่ Berlin Marathon 2019 ก็รู้สึกสนใจในการวิ่งอย่างจริงจัง ได้เห็นเพื่อนๆ พี่ๆ ที่รู้จักหลายคนแชร์ประสบการณ์ที่ไปวิ่งในรายการเดียวกันมา ไม่ว่าจะเป็น idol ของเรา หัวหน้าเก่า เพื่อนที่รู้จักวิ่ง แล้วเห็นว่า เวลาที่เค้าวิ่งกันนั้นเร็วกว่าที่เราวิ่งได้ถึง 1-2 ชั่วโมง เลยมาคิดว่า ต้องมาปรับพื้นฐานการวิ่งเพื่อให้การวิ่งรอบหน้าของเราทำเวลาได้ดีขึ้น

วิ่งกับชมรมสร้างพื้นฐานการวิ่งที่ถูกต้อง
ที่ได้ยินมาหลายคนบอกว่า ถ้ามีโค้ช การฝึกซ้อมจะใช้เวลาฝึกเท่าเดิมแต่เราวิ่งได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผมเองเห็นด้วยมากว่าถ้าพื้นฐานดี ตารางการฝึกที่ดีและการได้รับคำแนะนำ น่าจะส่งผลดีกับการวิ่งแน่นอน เลยลองเข้าไปคุยกับทาง running club ชื่อ team beyond ผมรู้จัก club นี้จากเพื่อนใน facebook เลยลองติดต่อทาง club ดู เค้าแนะนำให้เข้าไปลองฝึกซ้อมพรีกับเค้าก่อน 1-2 ครั้ง เพื่อดูว่าเราชอบจริงๆ ไหมก่อนสมัครสมาชิก ส่วนตัวรู้สึกว่า ใจดีมากเลย ก็เลยลองเข้าไปทดลองเรียนดู

วันแรกของการทดลองฝึกซ้อม
วันแรกที่เข้าไปคือวันอังคาร ตามตารางที่ทีมโพสบน facebook เวลาการฝึกวัอมจะอยู่ในช่วงเวลา 18:00-20:00 ที่สนามศุภชลาศัย ภาพแรกที่เห็นที่สนามคือ มีคนที่มาซ้อมวิ่งเยอะพอสมควร แต่ละคนดูแล้วมืออาชีพมาก วิ่งกันเป็นกลุ่มอย่างเร็ว มีคนที่ซ้อมยืดเส้นก่อนวิ่ง drill แบบจริงจัง ตอนนั้นตื่นเต้นมาก รู้สึกว่า เรามือใหม่ไร้พื้นฐานสุดๆ วิ่งรอดมาราธอนที่ผ่านมาได้เหลือเชื่อมาก อีกความคิดนึงคือ ถ้าได้มาเห็นอะไรแบบนี้ก่อนไปวิ่ง น่าจะวิ่งได้เร็วกว่านี้นะ ด้วยความที่ไปถึงสาย คนอื่นเค้า warm up กับ drill ไปเสร็จแล้ว ทางโค้ชเลยให้ผมไป jog สามรอบสนาม (รอบนึงประมาณ 400 เมตร) หลังจากนั้น เข้า course ของวันนี้ ด้วยการวิ่ง Tempo 6 รอบ รอบละ 5 นาที ด้วยความที่อาจจะ warm up ไม่ดี อากาศร้อน แถมไม่ได้เตรียมน้ำดื่มมา ผมเลยวิ่งไม่ครบ 6 รอบ หลังจากนั้นก็ถึงเวลา cool down ด้วยการเดิน และยืดเส้นหลังการซ้อม เป็นอันจบวันแรก ถือว่าการมาลองฝึกซ้อมวันแรกเป็นการเปิดหูเปิดตาผมมาก รู้สึกว่าเรายังมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะเลย

วันที่สองของการฝึกซ้อม
วันที่สองเป็นวันพฤหัส รอบนี้เตรียมตัวมาอย่างดี เปลี่ยนชุดมาเลย เพราะห้องน้ำที่สนามเปลี่ยนชุดไม่สะดวก วันนี้มาถึงก่อนเวลา 5 นาที เลยได้วิ่ง warm up ทัน หลังจากนั้นได้ซ้อม drill ซึ่งมีท่าการวิ่งตามมาตรฐาน จุดนี้เองผมรู้สึกได้ว่า การได้ฝึก drill มันส่งผมถึงการวิ่งทั้งความเร็วและประสิทธิภาพอย่างมาก การมาฝึกแบบนี้ดีสำหรับมือใหม่อย่างผมมากเพราะมีคนมาช่วยซ้อม ดูท่าทางของเรา อธิบายถึงจุดประสงค์ของท่าทางนั้นๆ และมี feedback ให้ด้วยว่าทำได้ดีแล้วแค่ไหน หลังจากนั้น เข้าสู่ course ของวันนี้คือ interval 400 เมตร 8 รอบ pace ที่ 5 min/km พักรอบละ 2 นาที ส่วนตัวไม่เคยจะพยายามวิ่งความเร็วนี้เพราะกลัว heart rate จะขึ้นสูง และวิ่งไม่ไหวเอา แต่หลังจากลองแล้ว ปรากฏว่าวิ่งได้ ผมพยายามวิ่งตามท่า drill ที่ซ้อมมา และเกาะกลุ่ม pacer (คนที่วิ่งนำตามความเร็วที่กำหนด) ที่วิ่งนำ คนที่วื่งนำในกลุ่มผมจะท้วมๆหน่อย ซึ่งถ้าไม่ได้ลองวิ่งด้วยกันจะไม่คิดว่าแกจะวิ่งได้เร็วขนาดนี้ สรุปจบไปทั้งหมด 8 รอบผมเองก็ไม่เหนื่อยมาก รู้สึกดีใจมากว่าวิ่งได้ในความเร็วที่ไม่เคยคิดจะลองวิ่ง สรุปจบวันนี้ด้วยความเรียบร้อย กลับบ้านไปไม่เมื่อยเพราะมีการยืดเส้นตลอดทั้งก่อนและหลัง

สมัครสมาชิกเพิ่มความจริงจังและต่อเนื่อง
ในการมาวิ่งกับ team beyond (https://www.facebook.com/teambeyondsport/) รู้สึกได้เลยว่า การได้มาวิ่งแบบนี้ ไม่รู้สึกเหงา ได้รู้จักคนเพิ่ม คนที่มาวิ่งด้วยกันก็มีน้ำใจช่วยแนะนำหลายเรื่องแม้ยังไม่รู้จักกัน อีกทั้งช่วยกระตุ้นให้สมาชิกในกลุ่มวิ่งให้รอดตามรอบนั้นๆด้วย ถ้าเราวิ่งเองคนเดียวเหนื่อยขนาดนั้นเราคงพักไปแล้ว ซึ่งมันก็จะไม่พัฒนาการวิ่งของเรามากนัก สรุปผมเลยกลับบ้านไปสมัครสมาชิกไปเป็นที่เรียบร้อย เหมาจ่ายแบบรายเดือนก่อน ถ้าใครที่วิ่งอยู่แล้วและอาจจะมือใหม่อย่างผม ผมอยากให้มาลองเข้าชมรมวิ่งแบบนี้ดูครับ ผมเชื่อว่าการวิ่งของคุณจะสนุกและได้พัฒนาการวิ่งขึ้นครับ
